เกิดอะไรขึ้นกับ"ข้าวไทย" ( 01-02-2012 )
          

เกิดอะไรขึ้นกับ"ข้าวไทย"

คอลัมน์ เมืองไทย25น.
ทวี มีเงิน


เงียบผิดปกติสำหรับความเคลื่อนไหวนโยบายจำนำข้าวปล่อยให้ "ภูมิ สาระผล" รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ลุยเดี่ยวคนเดียวทั้งที่ใช้เงินมหาศาลกว่า 4 แสนล้านบาท มีแต่ข่าวแพลมออกมาว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ขณะผู้ส่งออกโดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยก็เตือนรัฐบาลว่าโครงการรับจำนำข้าวทำให้ไทยต้องเสียแชมป์ส่งออกให้กับเวียดนาม สมาคมผู้ส่งออกข้าวฟันธงว่าปีนี้ข้าวไทยจะส่งออกลดลงเหลือเพียง 6.5 ล้านตันจากปีที่แล้วส่งออก 10 ล้านตัน ส่วนแบ่งตลาดลดจาก 30.2% เหลือแค่ 20-25% เท่านั้น เนื่องมาจากโครงการรับจำนำดันราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่ง ลูกค้าจึงตัดสินใจซื้อข้าวจากเวียดนาม อินเดียแทน

หากเป็นไปตามคาดการณ์ถือว่าเป็นความตกต่ำในรอบสิบปีเลยทีเดียว

สอดคล้องกับข้อมูลของทีดีอาร์ไอที่ยืนยันว่าการตั้งเป้าหมายราคาข้าวเปลือกตันละ 15,000 บาทคิดเป็นราคาส่งออก 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่ราคาในตลาดตอนนี้เพียง 12,000 บาทต่อตัน คิดเป็นราคาส่งออกแค่ 500 เหรียญสหรัฐต่อตันเท่านั้น

ยิ่งสอดคล้องกับนายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีที่ตอกย้ำว่าราคาข้าวที่สูงทำให้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศหายไปถึง 70%

ขณะที่ทุกฝ่ายออกโรงเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกฯ เศรษฐกิจ กลับออกมายืนยันว่าปริมาณข้าวส่งออกของไทยปีนี้สูงขึ้นแน่เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดโลก พร้อมตำหนิผู้ส่งออกว่าไม่รู้อำนาจต่อรองของตัวเอง

"กิตติรัตน์" ยังประกาศเดินหน้ารับจำนำข้าวต่อไป

แต่เท่าที่ได้พูดคุยกับผู้ส่งออก เขาก็บอกว่าปวดหัวกับ "กิตติรัตน์" ที่พูดเท่าไหร่ไม่ยอมฟัง ไม่เข้าใจตลาดข้าวว่าจริงๆ แล้วไม่ได้มีอำนาจต่อรองขนาดนั้น ตลาดข้าวเป็นตลาดเล็กนิดเดียว ไม่ใช่ตลาดใหญ่โต หากปีใดผลผลิตของอินเดีย ปากีสถาน เวียดนาม ออกมามากเราก็ลำบาก

ยิ่งในปีนี้เวียดนามประกาศจะส่งออกข้าวหอมมะลิ 800,000 ตัน อินเดียส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น กัมพูชาตั้งเป้าส่งออก 1 ล้านตัน ลาวและพม่าล้วนแต่มุ่งปลูกข้าวส่งออกมากขึ้น

ในสภาพที่ข้าวไทยโดนรุมรอบด้าน ผู้ส่งออกบางรายต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด หันมาเป็น "นายหน้า" ซื้อข้าวต่างประเทศเพื่อส่งออกอีกต่อ จำนวนไม่น้อยเข้าไปตั้งโรงสี เช่าที่ดินประเทศเพื่อนบ้านทำนาเพื่อส่งออกแทน

ก็คงต้องถามว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้าวไทย หากเป็นจริง ใครควรจะต้องรับผิดชอบ

 

ที่มา ข่าวสด