นายกฯ กดปุ่ม "จำนำข้าว" พร้อมมอบนโยบายฯ เน้นโปร่งใสทุกขั้นตอน ( 06-10-2011 )
          

นายกฯ กดปุ่ม "จำนำข้าว" พร้อมมอบนโยบายฯ เน้นโปร่งใสทุกขั้นตอน กำชับ จนท.ทุกฝ่าย ต้องรัดกุม-รอบคอบ เพื่อไม่ให้มีกลิ่นทุจริต พร้อมสั่งคุมเข้ม การสวมสิทธิ์-เวียนเทียน ย้ำราคาที่ใช้จำนำเหมาะสมแล้ว
       
       นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานมอบนโยบายโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/2555 ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหัวหน้าส่วนราชการทุกจังหวัด โดยระบุว่า เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา มาตรการหนึ่งในนั้นคือการนำระบบรับจำนำมาใช้กับสินค้าเกษตร เพราะหากเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงก็จะส่งผลที่ดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ
       
       ทั้งนี้ เนื่องจากข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โดยมีเกษตรผู้ปลูกข้าว 3.7 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 20 ล้านคน และเชื่อว่าราคารับจำนำที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ที่ 15,000 บาทต่อตัน สำหรับข้าวขาว และราคา 20,000 บาทต่อตัน สำหรับข้าวหอมมะลินั้นเป็นราคาที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการดำรงชีพของเกษตรกร
       
       "รัฐบาลรับทราบและตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการรับจำนำข้าว โดยรับฟังการท้วงติง ปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นจากการรับจำนำ รวมทั้งข้อชี้แนะจากทุกฝ่าย และนำมาปรับปรุงต่อยอดการทำงาน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก แต่ก็ไม่ลืมที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐ"
       
       ดังนั้น การรับจำนำข้าวที่กำลังจะเริ่มขึ้นในช่วงวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 จึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายรับจำนำข้าว วางระบบ และตรวจสอบ สอดส่งดูแลทุกขั้นตอนให้รัดกุม รอบคอบ และมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งการประชุมในวันนี้จึงเป็นการซักซ้อมความเข้าใจกับทุกฝ่าย เพื่อให้แนวปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน บรรลุเป้าหมายร่วมกัน
       
       นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้การดำเนินนโยบายนี้สำเร็จคือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ซึ่งเป็นอนุกรรมการของโครงการ มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ ดูแล ปรับปรุง ป้องกันการทุจริต ป้องกันความเสี่ยง และป้องกันไม่ให้เกิดการสวมสิทธิ์
       
       "รัฐบาลไม่ต้องการให้มีการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ ป้องกันไม่ให้เกิดการเวียนเทียนข้าวในระบบ เอาเปรียบเกษตรกร ต้องวางระบบให้รอบคอบในทุกขั้นตอน ตรวจสอบทุกอย่างอย่างเคร่งครัด กำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละจุดแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน"
       
       นอกจากนี้ ยังรวมถึงขั้นตอนการขึ้นทะเบียน การออกหนังสือรับรองต้องมีความถูกต้องชัดเจน เกษตรกรต้องเพาะปลูกจริง เก็บเกี่ยวจริง ส่วนเรื่องการส่งออกเพื่อระบายข้าวนั้น รัฐบาลจะประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องและผู้ส่งออก ซึ่งหากโครงการนี้ถ้าพร้อมใจทำกันทั่วประเทศ ร่วมมือกันทุกฝ่าย สิ่งที่กังวลกันว่าจะเกิดการทุจริตนั้นก็จะไม่เปิดเป็นปัญหา โรงสีก็ต้องไม่เอาเปรียบเกษตรกร